เรียนภาษาเขมร ผ่านบทเพลง ปกาสตาว

วันนี้ สุรินทร์ออนไลน์ดอทคอม นำบทเพลงดังของพี่ ไม้ พิสิฐพงศ์ กิ่งแก้ว มาเป็นต้นแบบในการเรียนรู้ภาษาเขมร(สุรินทร์)ถิ่นไทย ผ่านบทเพลงที่มีการร้อยเรียงทั้งเนื้อหาและคำในภาษาเขมร ให้ความไพเราะและลึกซึ้งอยู่ในตัวเป็นอย่างมาก หากใครเคยได้ฟังเพลงนี้และเข้าใจในเนื้อหาด้วยแล้ว จะเข้าใจเลยว่าภาษาเขมรเป็นภาษาที่มีความไพเราะและกินใจ และยากที่จะแปลและเก็บความหมายอันลึกซึ้งนั้นออกมาเป็นภาษาไทยได้ ดังนั้นการที่จะเข้าถึงเพลงๆนี้จำเป็นต้องเข้าใจคำในภาษาเขมรซะก่อน

อย่างไรก็ตามภาษาเขมร(สุรินทร์) เป็นภาษาที่เรียนรู้ได้ง่าย มีความคล้ายคลึง และใช้เป็นคำๆเหมือนภาษาไทย เรามาเริ่มเรียนรู้จากบทเพลงนี้กันเลยครับ

เนื้อเพลง

ขะยอลแปร แคปรังคะเดาได
(
ลมพัดเปลี่ยน(ฤดู) หน้าแล้ง ดินก็ร้อน )

บองร้อยมาลัยไว้คล้องคอ
(พี่ร้อยมาลัยไว้คล้องคอ)

ทัดดอกกันเกรา ชวรจำเนียงละออ
(ทัดดอกกันเกรา
ยืน รอท่า น้องคนงาม)

โกนตำเรยซอ
ละออบองน็องล็อบโม
(ลูกช้างเผือก คนงามของพี่(เป็นคำสร้อย) จะกลับมา)

ปีแบยชนำ แดลเนียงกระมมบอง จากน้ำในคลองทุ่งท้องนา
(สองสามปีแล้ว ที่น้องนางแฟนของพี่ (ลา)จากน้ำในคลอง ทุ่งท้องนา)

จากแดนดินดอกไม้
เนียงตวนสตรา ไปอยู่เมืองฟ้า ชงายเซราะชงายแซร
(จากแดนดิน ดอกไม้ เนียงตวนสตรา(คำเปรย หมายถึงผู้หญิง) ไปอยู่เมืองฟ้า ห่างไกลบ้าน ห่างไกลท้องทุ่งนา)

แคแจดมหาสงกรานต์ โอ้แม่ตาหวานยังจำได้ไหม
(แค แจด(แปลว่าสงกรานต์) มหาสงกรานต์ โอ้แม่ตาหวานยังจำได้ไหม)

ลีงอังกุล ลีงตร๊จจุมเนียงซแร็ย
(เล่นอังกุนย์(การละเล่นสะบ้า) รำตรด(การรำแห่สงการาต์ไปตามหมู่บ้านเพื่อขอสิ่งของ ผ้าไหม และสตางค์) ร่วมกันกับน้องนาง)

ซรองเปรี๊ยะตาแยย ตระกองได เรือมอันเร
สรงน้ำพระ ตายาย คล้องแขน รำสาก(การละเล่นที่ใช้สากตำข้าวกระทบกัน))

ปกาสตราว เมกเดิม เวียแบกปกา ตะเนงโสรเนียงงา ยังนาโต
(ดอกกันเกรา กิ่งเดิมนี้ มันผลิดอก ถามไถ่น้องนางว่าเป็นอย่างไรบ้างหนอ)

เนี๊ยะเซราะเนี๊ยะแซร บีดชงายกีล็อบโม ยังนาเจ่าะโต มันเคินโม กระมมบอง
(ชาวบ้านชาวนา ไม่ว่าใกล้ไกล เขากลับมาถึงแล้ว ยังไงหนอ ไม่เห็น สาวของพี่มาสักที)

จำ
มือเพลิว โอ้เนียงเสร็ยเปิว อันเย็ยทายังนาโต
(คอยท่า รอคอย(ชะเง้อมองทาง) โอ้ น้องนางคนสุดท้อง พูดว่ายังไงหนอ)

ปรับบองออยจำ แตเนียงมันล็อบโม อันเย็ยยังนาโตว เปี๊ยะเนียงกระมอมบอง
(บอกพี่ให้คอย แต่น้องไม่กลับมา พูดยังไงหนอ สัญญา(คำพูด) น้องนาง(แฟน)ของพี่)

ขะยอลแปร แคปรังคะเดาได
(
ลมพัดเปลี่ยน(ฤดู) หน้าแล้ง ดินก็ร้อน )


เนียงเอย
เนียงซแรย ลืมสัญญา
(น้องเอ๋ย น้องนาง(ผู้หญิง) ลืมสัญญา)

เปราะบองเสวิง มันเดงตื๊อมันเดงปซา กึดดอลกระมอมงา เทิบปกา สตราวยุม
(เพราะว่าพี่เมา ไม่รู้เรื่อง(ไม่รู้ทิศ) ไม่ประสีประสา  คิดถึงน้องนาง(แฟน) ก็ได้แต่หอมดอก กันเกรา ร้องไห้)

ภาพประกอบเพลง

ตามด้วยบทเพลง ปกาสตราว

เวอร์ชั่นนี้ Cover by ยินกวี (ผมชอบเสียงซอ เพราะมากครับ)
เวอร์ชั่นนี้ cover by น้องจิ๋ว สกุลชัย

อยู่บ้านนอก(สุรินทร์)สบายใจห่างไกลโควิด

หลายๆคนช่วงนี้เจอทั้งพิษเศรษฐกิจและโรคระบาดอย่างโควิด ค่อนข้างหนักหน่วง เปิดร้านไม่ได้ และห้ามเดินทางเข้าออกหลายๆพื้นที่ ส่วนใครที่ไหวตัวทัน ได้วางแผน และกลับบ้านนอก อย่างน้อยก็พอมีข้าวกิน ไม่ต้องเสี่ยงกับโรคระบาด แต่ที่สำคัญให้ท่านที่กลับบ้านน้อกต้องไม่เอาโรคระบาดไปติดที่บ้านนอกเด็ดขาด ให้กักตัว 14วัน เป็นอย่างน้อย และหมั่นตรวจอาการของตัวเองระหว่างกักตัว ไม่พบปะญาติพี่น้อง ไม่สังสรรค์ ได้ๆทั้งสิ้น ถ้าทำแบบนี้ได้ กลับมาอยู่บ้านนอกเราดีกว่า แต่ถ้าทำไม่ได้ ถือว่าไม่รับผิดชอบต่อสังคม อย่ากลับมาเป็นภาระบ้านนอกเราเลยครับ สงสารคนเฒ่าคนแก่ต้องมาเสี่ยงกับโรคระบาด

ส่วนวันนี้ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบกับโควิด19 และไม่ได้เข้าทำงานที่บริษัทร่วมๆ 7เดือนแล้ว บางครั้งการทำงานจากที่บ้าน หรือ WFH “Work from home” นั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เหมือนกัน ส่วนข้อดีถ้าเราไหวตัวทันตั้งแต่เดือนมกราคม เราจะได้อยู่ทำงานจากบ้านนอกแบบยาวๆ ซึ่งผมเชื่อว่านี่จะเป็นการปฎิวัติวงการการทำงานออฟฟิศแบบใหม่ ซึ่งให้เราทำงานจากที่ไหนก็ได้ โดยบริษัทไม่ต้องแบกรับภาระในการสร้างออฟฟิศ ลดรายจ่ายบริษัทด้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแอร์ ไป และวันนี้เพื่อให้ทุกๆคนได้คลายจากความเครียดเรื่องโรคระบาดผมจะพามาเที่ยวบ้านผม ที่อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ว่าจะน่าอยู่ขนาดใหน มาดูกันครับ…

ช่วงนี้หน้าฝนเห็นป่ากำลังออก หากขยันหน่อย ไปหาแต่เช้าก็จะได้กินแกงเห็ดอร่อยๆ อย่างที่เห็นครับ ส่วนใครไปไม่ไหวก็ถามซื้อจากชาวบ้านก็ได้ มีหลายๆคนหามาขาย ราคาไม่แพง และยังเป็นการอุดหนุนพี่น้องชาวบ้านด้วย

บ้านเรายังอุดมสมบูรณ์อยู่นะครับ มีกบมีเขียนเยอะเลย ก่อนหน้านี้แถวบ้านมีคนใช้ปุ๋ย ใช้ยา เยอะทำให้กบเขียด และปูนาแทบจะสูญพันธ์ไปเลย และสองปีมานี้ที่บ้านไม่ใช้ยาเลยทำให้เห็นมีกบ มีเขียด มีปลาในนาพอสมควร พอหากินได้ และหน้าแล้งจะมีหอยจำศีลแถวโคนต้นไม้ (สังเกตุมีแค่นาผมเท่านั้น)เห็นชาวบ้านมาหาหอยกันไม่เว้นแต่ละวัน คิดว่าถ้างดใช้ยาอีกสัก สองสามปี น่าจะดีขึ้นกว่านี้

และช่วงนี้หาอะไรทำไปเรื่อยๆ พอได้มีกับข้าวทุกๆวันไม่ต้องซื้อกินและนี่เริ่มจากเล็กๆ เริ่มเลี้ยงวัว ด้วยงบน้องก็ค่อยๆเพิ่มไป เลี้ยงเป็ดไข่ อีกสองอาทิตย์ก็เริ่มออกไข่ละ มีไก่ไข่สัก 5-10 ตัวก็พอได้กินไข่ เหลือก็ขายบ้าง ส่วนใหญ่จะสะสมส่งขายอาทิตย์ละแผงสองแผง ส่วนปีนี้ทำนาเยอะไม่รู้ว่าราข้าวจะดีไหม คิดว่าจะสีใส่ถุงแบ่งขายให้พี่ๆเพื่อนๆได้ช่วยอุดหนุนกันครับ

สุดท้ายนี้โรคระบาดไม่มีอะไรดีและก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย แต่ในเมื่อเกิดแล้วเราต้องรู้จักป้องกันและเรียนรู้ที่จะอยู่แบบมีความสุข และหาหนทางในการผ่อนคลายความเครียด กลับบ้านนอกก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับใครที่มีความพร้อม แต่ถ้าใครยังจำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่เสี่ยงก็ขอให้ดูแลป้องกันตัวเองให้ดี เว็บสุรินทร์ออนไลน์ พร้อมจะเป็นหนึ่งแรงใจให้พี่น้องบ้านเราผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ครับ และผมเองจะพยายามหาเรื่องราวดีๆของบ้านเรามานำเสนอให้ท่านได้ติดตามเรื่อยๆครับ โชคดีมีความสุขทุกท่านครับ…

เปิดร้านค้าเล็กๆ สร้างรายได้งาม

ในยุคที่โมเดิ้นเทรดบุกประเทศไทย ทำให้ร้านค้าโชว์ห่วย หรือ ร้านค้าเล็กชาวบ้านเราพากันค่อยๆล้มตายไปเรื่อยๆ วันนี้ สุรินทร์ออนไลน์ดอทคอม จะพาเพื่อนๆมาดูวิธีเปิดร้านค้าเล็กๆ ที่ไม่เล็ก และยังสามารถเป็นแหล่งรายได้ให้กับเราได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญไม่ต้องกลัวร้านค้าใหญ่ๆ หรือโมเดิ้นเทรด อีกต่อไป ทำยังไงเรามาดูกัน

ปัจจัยสำคัญในการเปิดร้านค้าให้ได้กำไร

  • เป็นร้านของตัวเอง
    • หากเป็นที่ดินตัวเองจะดีที่สุดเพราะไม่ต้องเสียค่าเช่า และสามารถต่อเติมขยับขยายได้อย่างอิสระ
    • ส่วนถ้าใครไม่มีที่เป็นของตัวเองและจำเป็นต้องเช่าที่ ขอให้ดูทำเลเป็นหลักและทำสัญญาค่าเช่าให้ถูกที่สุดเท่ามี่จะเป็นไปได้ เพราะนี่คือรายจ่ายคงที่ของเรา (Fix cost).
  • เริ่มต้นไม่จำเป็นต้องใหญ่มาก
    • การเปิดร้านเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องใหญ่มาก ให้ดูที่จำนวนคนในชุมชนเป็นหลัก จะทำให้ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากนัก แต่จะต้องวางแผนล่วงหน้าว่าหากธุรกิจเติบโตจะขยายร้านยังไง
  • เงินลงทุน
    • เงินทุนเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ โดยเริ่มลงทุนครั้งแรกควรมีอย่างน้อย 3-5 หมื่นบาท และเงินจำนวนนี้ไม่ต้องไปซื้ออุปกรณ์หรือชั้นวางของให้เปลืองนะครับ ให้ซื้อสินค้าที่คิดว่ากำไรดีและขายออกได้ไวเป็นหลัก ส่วนชั้นวางและโต๊ะเก้าอี้ถ้าดัดแปลงหรือทำเองได้ หรือที่บ้านพอมีให้เอามาใช้ก่อน ยังไม่ต้องลุงทุนด้วยเงินก้อนนี้
    • ส่วนหากท่านใดมีเงินมากพอ สามารถลงทุนสร้างร้าน ซื้อตู้แช่ ชั้นวางของมาได้ตั้งแต่ต้นเลย เพราะป็นการลงทุนครั้งเดียว
  • ทำเล
    • เป็นหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ ควรเป็นชุมชน หรืออยู่ติดถนนที่มีผู้คนผ่านไปผ่านมา ดังนั้นท่านใดมีบ้านติดถนนถือว่าได้เปรียบ
  • ขายอะไรดี
    • ร้านค้ามีหลายอย่างอยู่ที่ความพร้อมและความสนใจของแต่ละท่าน ผมจะยกตัวอย่างร้านค้าง่ายๆที่เห็นกันทั้่วไปและยังทำกำไรได้เป็นอย่างดี เช่น
      • ร้านขายของโชว์ห่วย ร้านค้าขนาดเล็ก กำไร 10% (กำไรอย่างน้อย 700-800 ต่อวัน (ยอดขาย 7,000-8,000 บาท)
      • ร้านขายน้ำปั่น กาแฟ กำไร 50-60% ต่อแก้ว
      • ร้านอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องมือช่าง กำไร 20-30%
      • ร้านไปรษณีย์ ส่งพัสดุ กำไร 10-12%
      • ร้านเสต็ก ร้านพิซซ่า กำไร 50%
      • ร้านหมูสด เนื้อสด กำไร 20-25%

ตัวอย่างสินค้าในตู้แช่ ร้านโชว์ห่วย

ปัจจัยที่ทำให้โชว์ห่วยหรือร้านค้าขนาดเล็กอยู่ได้และมีกำไรคือ

  • ได้แหล่งขายส่งสินค้าราคาถูก
  • เป็นกันเองกับลูกค้า จะมีลูกค้าประจำ
  • อยู่ไกล้แหล่งชุมชน สะดวกในการซื้อ
  • สินค้าเกษตรของเรา สามารถเอามาทำมูลค่าเพิ่มได้ เช่นผัก ผลไม้ ข้าวสาร

ตัวอย่างร้านค้าเล็กๆในชุมชน ของผมเอง

เริ่มจากเล็กๆ กำไรงาม เราทำได้ คุณก็ทำได้เหมือนกัน

หากท่านใดสนใจสอบถามได้ที่แชดด้านล่างเลยครับ

ปราสาทจอมพระ

ปราสาทจอมพระ เป็นปราสาทลักษณะสิ่งก่อสร้างที่เรียกว่า อโรคยศาล หรือโรงพยาบาล ศิลปะขอมแบบบายน ซึ่งเป็นแบบศิลปะที่เจริญอยู่ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ปราสาทหินจอมพระแห่งนี้ มีอายุราว 800 ปี ตั้งอยู่หมู่ 4 ตำบลจอมพระ ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 26 กิโลเมตร

แผนที่ปราสาทจอมพระ

เหรียญ ๘ รอบ หลวงปู่ดุลย์ อตุโล

วันนี้ สุรินทร์ออนไลน์ดอทคอม จะพาท่านไปรู้จักพระเครื่องเมืองสุรินทร์ที่เป็นอีกหนึ่งเหรียญที่ยอดนิยมของ หลวงปู่ดุลย์ อตุโล ซึ่งท่านเป็นพระเกจิสายวิปัสสนากรรมฐาน เป็นศิษย์อาวุโสรุ่นแรกๆสาย หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่ดุลย์ท่านเป็นพระสายปฎิบัติชื่อดังเมืองสุรินทร์ที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมายทั่วประเทศ พระเครื่องของท่านล้วนมีประสบการณ์มากมาย

เหรียญ ๘ รอบ หลวงปู่ดุลย์ วัดบูรพาราม จังหวัดสุรินทร์ จัดสร้างเมื่อปี 2526 เพื่อฉลองอายุหลวงปู่ ครบ ๘ รอบ โดยนายประสิทธิ์ สมรรถวิทยเวช จำนวนการสร้าง เนื้อทองคำ 31 เหรียญ,เนื้อเงิน 200 เหรียญ,เนื้อเงินลงยา 14 เหรียญและเนื้อทองเเดงรมดำและรมน้ำตาล รวมกัน 20,000 เหรียญ

1.เนื้อทองคำ 31 เหรียญ
2.เนื้อเงินลงยา 14 เหรียญ
3.เนื้อเงิน 200 เหรียญ
4.เนื้อทองแดงรมดำ 10000 เหรียญ
5.เนื้อทองแดงรมน้ำตาล 10000 เหรียญ

เหรียญรุ่นนี้เป็นเหรียญที่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เป็นฝีมือการออกแบบและแกะพิมพ์โดย ช่างเกษม มงคลเจริญ ซึ่งเป็นช่างฝีมือที่แกะพิมพ์พระได้อย่างสวยงามระดับตำนาน อีกคนหนึ่งของเมืองไทย ท่านที่สนใจในงานฝีมือของช่างเกษม ลองค้นหาความรู้เพิ่มเติมได้ครับ

เนื้อหาของเหรียญ

  • ด้านหน้าเหรียญ เป็นรูปหลวงปู่เต็มองค์ ด้านบนเขียนว่า “อตุลเถร” ด้านล่าง “ครบ ๘ รอบ”
  • ด้านหลังเหรียญ เป็นยันต์ ยันต์พุฒซ้อน พระเจ้าห้าพระองค์ ประกอบด้วยตัว นะ โม พุทธ ธา ยะ ซึ่งเป็นยันต์ครูเหนือกว่ายันต์ทั้งปวง ให้คุณทุกด้าน ทั้งเมตตามหานิยม แคล้วคลาด กันภัย หนุนดวง
  • ด้านล่างเขียนว่า ลาภผลพูนทวี ซึ่งเป็นนัยว่าเหรียญรุ่นนี้เน้นไปด้านหนุนดวง ให้เจริญรุ่งเรือง นั่นเอง

โดยส่วนตัวผมชอบเหรียญรุ่นนี้เป็นพิเศษ เพราะเนื้อหาและเจตนาการสร้างชัดเจน คือ

  • เพื่อฉลองอายุหลวงปู่ดุลย์ ครบ ๘ รอบ
  • เป็นเหรียญที่มีรูปหลวงปู่เต็มองค์
  • ยันต์ด้านหลังเป็นยันต์ ยันต์พุฒซ้อน พระเจ้าห้าพระองค์ หรืออีกชื่อคือยันต์มงกุฏพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นยันต์ที่ศักสิทธิ์มาก
  • นัยสัมคัญ ของเหรียญรุ่นนี้ เน้นไปด้านหนุนดวง ให้เจริญรุ่งเรือง “ลาภผลพูนทวี
  • และเป็นเหรียญปีสุดท้ายก่อนที่หลวงปู่จะดับขันข์ “หลวงปู่ฝากไว้” ให้เรามุ่งทำความดี เร่งฝึกภาวนา พิจารณาจิต ของตัวเอง

ปัจจุบัน เหรียญรุ่นนี้มี เก๊ ออกมามากมาย ท่านที่จะเช่าบูชาให้ศึกษาก่อนเช่าหาด้วยนะครับ

ประกันภัยรถยนต์

ท่านที่มองหาประกันภัยรถยนต์ ท่านสามารถต่อประกันออนไลน์ ง่ายๆได้ที่นี่กับ สุรินทร์ออนไลน์ประกันภัย ได้แล้ววันนี้ คุ้มค่าคุ้มราคา แน่นอน

เราลองมาดูกันว่าประกันภัยแต่ละประเภท แตกต่างกันยังไง เลือกให้เหมาะสมกับการใช้รถของท่าน เพื่อประโยชน์สูงสุดและประหยัดเงินในกระเป๋าด้วยครับ หรือหากท่านเลือกไม่ถูก ปรึกษากับตัวแทนของเราได้เลย เรามีให้เลือกประกันทุกประเภท ทุกบริษัท หรือจะขอใบเสนอราคาก่อนล่วงหน้าเพื่อการตัดสินใจ เราก็ยินดีครับ

ติดต่อเราได้ที่ :
อีเมลล์ : sale@surinonline.com
ไลน์ : sapza.com

มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้ง่ายๆแล้ววันนี้

 เพียง 5,000 บาท ท่านก็สามารถมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้แล้ววันนี้
หากท่านสนใจติดต่อทีมงานเราผ่าน email/line Sale@SurinOnline.com เราได้เลย.

ส่วนท่านที่ต้องการโปรโมทสินค้า แต่ยังไม่อยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง สามารถโปรโมทผ่านเว็บ SurinOnline.com และ SurinCity.com ได้แล้ววันนี้

เกษตรกร และส่วนราชการ โปรโมทให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
ธุรกิจ ห้างร้าน ราคาเบาๆ เพียงเดือนละ 500 บาท

เว็บไซต์ ทั่วไป Standard WordPress : 12,000 5000 บาท

เหมาะกับใช้เป็นหน้าร้าน
เพิ่มความน่าเชื่อถือ และใช้เป็น blog เพื่อให้ข้อมูลสินค้ากับลูกค้า

  1. ติดตั้งเว็บไซต์ด้วย WordPress พร้อมใช้งาน
  2. ฟรีโดเมนและเซิร์ฟเวอร์ 1ปี
  3. ลงบทความให้ฟรี จำนวนหน้าไม่เกิน 5 หน้า ( บทความ รูปภาพ เป็นของลูกค้าส่งมาให้)
  4. ลูกค้าจะสามารถเพิ่ม/แก้ไข/ลบหน้าด้วยตัวเอง 
  5. มื่อส่งมอบงานแล้วเราจะสอนการใช้งานเบื้องต้น
  6. ระยะเวลาการดูแล 1 ปี ในกรณีที่เกิดความผิดพลาดจากการติดตั้ง แก้ไขให้ฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย 
  7. เว็บไซต์ขนาดเริ่มต้น ใข้ธีมและปลั๊กอินฟรีเท่านั้น หรือเป็นธีม/ปลั๊กอินลิขสิทธิ์ที่ลูกค้าซื้อไว้แล้ว

เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ ด้วย WordPress + Woocomearce.  (19,000 บาท 9000 บาท)

เหมาะกับใช้เป็นหน้าร้าน และร้านค้า
เพิ่มความน่าเชื่อถือ และใช้เป็น
ร้านค้าออนไลน์ มีตะกร้าสินค้า หลังจากลูกค้าสั่งสินค้าสามารถแจ้งชำระเงินผ่านการโอนเงิน ต่างๆๆได้อย่างง่ายดาย

  1. Woocomearce premium theme พร้อม Setup.
  2. ซื้อขายได้ มีระบบตะกร้า , แจ้งชำระเงิน (แบบโอนเงิน ธนาคาร)
  3. ree Domain/hosting ปีแรก ปีต่อไปคิดเพิ่ม 2,500 บาท
  4. ลงบทความให้ฟรี จำนวนหน้าไม่เกิน 10 หน้า (บทความ รูปภาพ ของลูกค้าเตรียมมา)
  5. ระยะเวลาการดูแล 1 ปี ในกรณีที่เกิดความผิดพลาดจากการติดตั้ง แก้ไขให้ฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย 

เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ ด้วย WordPress + Woocomearce (Plus)++.  (25,000 บาท 12,000 บาท)

เหมาะกับใช้เป็นร้านค้า ขนาดใหญ่ ที่ต้องการการจัดการร้านค้าแบบอัตโนมัติ 24 ชม.
เพิ่มความน่าเชื่อถือ และใช้เป็นร้านค้าออนไลน์ มีตะกร้าสินค้า หลังจากลูกค้าสั่งสินค้าสามารถแจ้งชำระเงินผ่านการโอนเงิน ต่างๆๆ ตัดบัตรเครดิต, Paypal ได้อย่างง่ายดาย

  1. Woocomearce premium theme พร้อม Setup.
  2. ซื้อขายได้ มีระบบตะกร้า , แจ้งชำระเงิน (แบบตัดบัตรเครดิต, Paypal, โอนเงิน ธนาคาร)
  3. Free Domain/hosting ปีแรก ปีต่อไปคิดเพิ่ม 2,500 บาท
  4. ลงบทความให้ฟรี จำนวนหน้าไม่เกิน 10 หน้า (บทความ รูปภาพ ของลูกค้าเตรียมมา)
  5. ระยะเวลาการดูแล 1 ปี ในกรณีที่เกิดความผิดพลาดจากการติดตั้ง แก้ไขให้ฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย 

โคกหนองนาสุรินทร์ กับการจัดการน้ำโดยใช้โซล่าเซลล์

วันนี้สุรินทร์ออนไลน์ สังคมออนไลน์ดีๆของชาวสุรินทร์ วันนี้จะพาท่านผู้ชมไปเยี่ยมชมโคกหนองนาแห่งใหม่ในจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งสวนแห่งนี้เริ่มก่อร่างสร้างตัวได้ไม่นานแต่ที่น่าสนใจและสะดุดตาอย่างยิ่งคือระบบการจัดการน้ำที่น่าสนใจ จนไม่พลาดที่อยากจะนำเสนอเพื่อให้เกษตรกรที่ต้องการจัดเก็บน้ำใช้ในหน้าแล้งได้นำไปเป็นแบบอย่าง และสามารถดัดแปลงให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ได้ครับ

จากรูปเป็นสระน้ำขนาดมาตฐาน ลึกประมาณ 4เมตร จะสังเกตว่าขนาดหน้าแล้งเรายังมีน้ำเกือบเต็มบ่อ ขนาดมีการดึงน้ำจากบ่อไปรดน้ำผักทุกๆวันน้ำก็ยังมากและเพียงพอกับหน้าแล้งจนถึงหน้าฝนฤดูถัดไปอย่างแน่นอน อยากทราบไหมครับว่าเขามีเคล็ดลับอะไร ตามมาดูกันครับ

เคล็ดลับที่สำคัญคือบ่อน้ำบาดาล แบบใช้โซล่าเซลล์นั่นเอง ซึ่งเราใช้แค่สองแผงในการดูดน้ำลงไปที่บ่อ ไม่กี่วันน้ำก็เต็มบ่อแล้วละครับ และยังสามารถต่อมาเป็นน้ำใช้ในกระท่อมได้อีกด้วย ซึ่งน้ำที่ได้ค่อนข้างแรงมากเที่ยบเท่าน้ำประปาหมู่บ้านได้เลย เป็นการลงทุนครั้งเดียวและใช้ไปอีกยาว ส่วนการบำรุงรักษาก้ไม่ยากครับ เพียงแต่หมั่นทำความสะอาดแผงไม่ให้มีสิ่งสกปรก จะได้ทำงานได้เต็มที่ แนะนำให้ทำความสะอาดในช่วงเช้า หรือไม่ช่วงเย็นไปแล้วเพื่อป้องปันความเสียหายระหว่างที่เครื่องกำลังทำงานนั่นเอง และระวังไม่ให้มีใบไม้มาตกบนแผงอาจเกิดความเสียหายได้ เพียงเท่านี้ท่านก็จะมีปั้มน้ำใช้ไปอีกนานครับ

ต่อไปพาท่านมาดูบรรยากาศรอบๆในตอนเช้าครับ ด้วยส่วนตัวผมชอบบรรยากาศช่วงเช้าและเย็นที่ทุ่งนามากๆๆ แต่ช่วงกลางวันค่อนข้างร้อน อาจจะต้องทำหลังคากันความร้อนดีๆๆ แล้วท่านจะหลงรักทุ่งนาเหมือนที่ผมเป็นในตอนนี้.

ท่านใดสนใจรายละเอียดเกี่ยวกับโซล่าเซลล์

มาดูผลผลิตเล็กๆของสวนครับ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ผัก ปลา เป็ด ไก่ มีให้กินเอง อยากกินอะไรก็ปลูกเอา เหลือก็เอาไปขายที่ตลาดครับ

“ละแวกะดาม”แกงคั่วปู อาหารท้องถิ่นสุรินทร์

คำว่า “ละแวกะดาม” เป็นภาษาเขมรสุรินทร์ ซึ่งหมายถึง แกงคั่วปู หรือ หลนปูนา นั่นเอง


ซึ่งเป็นอาหารที่สุดยอดความอร่อย กินกับข้าวสวยร้อนๆจะอร่อยมาก แต่นับวันจะหากินได้ยากมากแล้ว และเชื่อว่าเด็กๆรุ่นหลังหลังบางคนอาจไม่รู้จักด้วยซ้ำไป หากย้อนกลับไปเมื่อสัก 15-20 ปีที่แล้ว สมัยที่ผู้เขียนยังเป็นเด็กๆ ต้องพูดได้เลยว่า ละแวกะดาม หรือแกงคั่วปู นี้ เป็นอาหารเลิศรส ที่หากินได้เฉพาะหน้าแล้งระหว่างฤดูเกี่ยวข้าวจนถึงเดือนเมษายนเท่านั้น นั่นก็เพราะว่าปูนาในหน้าแล้งจะมีมันค่อนข้างมาก จำได้ว่าสมัยก่อนพอถึงฤดูเกี่ยวข้าว ผู้เขียนจะต้องตามพ่อแม่ไปเกี่ยวข้าว และนอนเฝ้าลานที่นา ตกตอนเย็นๆจะออกหาขุดปูนา มาทำกับข้าว ซึ่งเมนูที่ถือได้ว่าเลิศรส และเชื่อว่าเป็นที่จดจำของคนที่ทันยุคนั้น คงไม่พ้น ละแวกะดาม อย่างแน่นอน 

ละแวกะดาม แกงคั่วปู หรือ หลนปูนา นิยมกินเป็นคล้ายๆน้ำพริก โดยสามารถ จิ้มกินกับผักได้หลากหลายชนิด แต่ที่เข้ากันดีที่สุดคงไม่พ้น ผักกะแยง ผักแว่น และสายบัว เพราะเป็นผักที่หาได้ง่ายตามท้องไร่ท้องนา เขียนมาถึงตอนนี้หลายคนคงอยากรู้สูตรในการทำ ละแวกะดาม แล้วใช่ไหมครับ

ผู้เขียนเอาวิธีทำ ละแวกะดาม มาฝากกัน
  • เริ่มจากหาปูนา ที่เป็นปูนาหน้าแล้ง และเอามาล้างน้ำ เอาดินออก
  • จากนั้น แกะปูเอาขาและก้ามออก เอาแต่ตัวปูโขลกให้ละเอียดแล้วคั้นกับน้ำ สัก ๓ รอบ เอาแต่น้ำ ใส่หม้อตั้งไฟ
  • โขลก พริก หอม กระเทียม กระชาย ข่า ตะไคร้ เกลือ กะปิ เข้าด้วยกันพแแหลก ไม่ต้องละเอียดมาก
  • พอน้ำปูเดือด ให้ใส่พริกแกงที่ได้โขลกเตรียมไว้ และผักต่าง ๆ ตามที่ชอบ หรือถ้าจะทำเป็นน้ำพริกไว้จิ้มกับผัก ก็ไม่ต้องใส่ผัก ก็ได้
  • พอน้ำปูเริ่มเดือดอีกรอบให้ใส่ข้าวคั่วป่นละเอียด และควรคนทันทีไม่ให้จับตัวเป็นก้อน
  • ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียกให้ได้รสตามต้องการ และใส่ผักแขยง ยกลงได้
  • หากเพิ่มเนื้อหมู ไก่ ปลาช่อน หรือปลาดุก ลงไปพอประมาณ จะทำให้ลักษณะของแกงมีน้ำขลุกขลิกน่ากินยิ่งขึ้น

เป็นไงละครับ อาหารพื้นบ้าน ของเราน่ากินไหมละครับ ถ้ายังคิดภาพไม่ออกว่าอร่อยแค่ไหน ลองถามพี่ๆ ลุงป้า น้าอา ที่เคยลิ้มลอง ละแวกะดาม ดูสิครับ และจะให้ดีลองทำ หรือหากินดูกันได้ ครับ

**ส่วนจะอร่อยแค่ไหน หรือใครมีสูตรเด็ดๆลองคอมเม้นบอกเพื่อนๆได้ที่นี่ได้เลย ครับ

แหล่งท่องเที่ยวสุรินทร์ “ท่าหาดยาว” อำเภอรัตนบุรี

หน้าร้อนกำลังจะเข้ามา เชื่อว่าหลายๆท่านกำลังวางแผนจะไปเที่ยวกันแล้วใช่ไหมครับ บ้างก็น่าจะไปทะเลกัน บ้างก็ไปน้ำตกกัน แต่น่าเสียดายน้ำตกในช่วงนี้กลับไม่ค่อยมีน้ำแล้วละครับ เอาเป็นว่าวันนี้ผมจะพาไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวแถวๆสุรินทร์บ้านเรา ที่พอจะคลายร้อนได้ ซึ่งก็มีอยู่หลายๆที่เลยทีเดียว ผมจะค่อยๆทยอยเอามารีวิวให้ชม ให้ได้ตัดสินใจ ก่อนหน้าร้อนนี้อย่างแน่นอนครับ เอาเป็นว่ากดติดตามได้เลยครับ วันนี้จะขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวชื่อว่า “ท่าหาดยาว” เป็นแหล่งพักผ่อนที่ติดกับแม่น้ำมูล ในเขตอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ และติดกับเขต อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ครับ การเดินทางสามารถไปได้สองทางคือ เริ่มต้นจาก อำเภอท่าตูมสุรินทร์ ไปอำเภอสุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด แล้วใช้เส้นทาง  2086 (ไป จ.ยโสธร) อีกเส้นทางคือ เดินทางไป อ. รัตนบุรี แล้วเลี้ยวซ้าย ตรงแยกศาลจังหวัดรัตนบุรี ไปยัง ต.ทับใหญ่ รัตนบุรี-ท่าหาดยาว ราว 15 กิโลเมตร  จุดหมายคือ สะพานสามสัมพันธ์ ท่านสามารถตั้ง GPS มาที่นี่เลยก็ได้ครับ

แผนที่ท่าหาดยาว รัตนบุรี

แผนที่ท่าหาดยาว รัตนบุรี

ในช่วงหน้าร้อนจะมีนักท่องเที่ยวทั้ง ชาวรัตนบุรี ชาวโพนทราย และจังหวัดไกล้เคียงมาพักผ่อน เล่นน้ำกัน บรรยากาศที่นี่โดยรวมถือว่ากำลังดี และดูเหมือนว่ากำลังมีการพัฒนาความสะดวกสะบาย เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนในระยะยาวต่อไปครับ

จากการเดินทางไปสำรวจพื้นที่ ท่านที่มาจากจังหวัดสุรินทร์แนะนำให้ใช้เส้นทาง อำเภอรัตนบุรีครับ ท่านจะได้เจอบรรยากาศสองข้างทางจากตัวอำเภอรัตนบุรีไปยัง ท่าหาดยาว เป็นบรรยากาศค่อนข้างดี มีแอ่งน้ำ มีลำคลอง ที่ผ่านหลายแห่ง บรรยากาศธรรมชาติน่าถ่ายรูปมากครับ

เที่ยวอีสานใต้ อารยธรรมขอมโบราณ ปราสาทพนมรุ้ง

ภาคอีสานของเราถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ตามการท่องเที่ยวและภูมิศาสตร์ คือ

  • อีสานเหนือ หนองคาย / บึงกาฬ / เลย / อุดรธานี / หนองบัวลำภู / กาฬสินธุ์ / ขอนแก่น 
  • อีสานกลาง สกลนคร / พนม / มุกดา / อำนาจเจริญ / ยโสธร / ร้อยเอ็ด / มหาสารคาม / ชัยภูมิ 
  • และ อีสานใต้ นครราชสีมา / บุรีรัมย์ / สุรินทร์ / ศรีสะเกษ / อุบลราชธานี

ตามรูปแบบเหล่านี้จะเห็นได้ว่า บางจังหวัดอาจมีการโยกย้ายให้เหมาะสมแล้วแต่จะจับกลุ่มในเรื่องใด ซึ่งหากพูดถึงแหล่งอารยธรรมขอม ที่มีปรากฎมากในประเทศไทยแล้วนั้น มักปรากฎให้เห็นในกลุ่มอีสานใต้บ้านเรา โดยอาจจะมี จังหวัดชัยภูมิ ร่วมอีกด้วย

แผนที่อีสาน

แผนที่อีสาน

ที่ผมได้เกริ่นมาทั้งหมดนั้นเพื่อจะได้ชี้ให้เห็นแหล่งอารยธรรมขอมโบราณที่เชื่อมโยงทั้ง 6 จังหวัด ซึ่งรวมถึงจังหวัดชัยภูมิด้วย โดยดินแดนทั้งหมดนี้มีอารยธรรมที่เกี่ยวเนื่องกัน จนได้ขนานนามว่า นครชัยบุรินทร์ และวันนี้จะพาท่านมาชมปราสาทขอมโบราณที่มีเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่ลือชื่อ และเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดบุรีรัมย์อีกด้วย นั่นก็คือปราสาทพนมรุ้ง 

ปราสาทพนมรุ้ง

ปราสาทพนมรุ้ง

ปราสาทพนมรุ้งตั้งอยู่บนเขาพนมรุ้ง  ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์  โดยมีรูปแบบของศิลปะเขมรโบราณ ความงดงามและความยิ่ง ใหญ่ของปราสาทแห่งนี้ปรากฏให้เห็นได้ในรูปของงานสถาปัตยกรรม การจำหลักลวดลายการเลือกทำเลที่ตั้งบนยอดเขา มีการวางแผนผังตามแนวแกนที่มีองค์ประกอบของสิ่งก่อสร้าง ต่าง ๆ เรียงตัวกันเป็นแนวเส้นตรงพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลาง คือ ปราสาทประธาน จากงานก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่นี้  ชวนให้เกิดความสงสัยและอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่งว่าคนในสมัยโบราณสร้างปราสาทหลังนี้ขึ้นมาได้อย่างไร

คำว่าพนมรุ้ง หรือวนํรุงเป็นภาษาเขมรแปลว่าภูเขาใหญ่” ตามจารึกหลักที่ 7 และหลักที่ 9 ได้ปรากฎชื่อผู้สร้างปราสาทแห่งนี้คือ นเรนทราทิตย์ ซึ่งเกี่ยวเนื่องเป็นพระญาติราชวงศ์มหิธรปุระ ในพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ผู้ที่สร้าง นครวัด นั่นเอง ปราสาทพนมรุ้งสร้างเพื่อสักการะแด่พระศิวะ ในศาสนาอินดู และตามจารึก ปราสาทพนมรุ้งไม่ได้สร้างเสร็จในคราวเดียว มีการก่อสร้างต่อมาหลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่พุทะศตวรรษที่ 15-17 

พนมรุ้ง เสานางเรียง ทางดำเนิน

พนมรุ้ง เสานางเรียง ทางดำเนิน

ปราสาทพนมรุ้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกประกอบด้วยอาคารและสิ่งก่อสร้างต่างๆที่ตั้งเรียงรายขึ้นไปจากลาดเขาทางขึ้นจนถึงปรางค์ประธาน โดยมี เสานางเรียง คล้ายดอกบัวตูมตั้งสองข้างทาง ทางดำเนิน ซึ่งสมัยโบราณผู้ที่มีสิทธิ์ในการเดินบนทางดำเนินจะมีแค่พระเจ้าแผ่นดินและพราห์มเท่านั้น และเมื่อมาถึงทางเข้าตัวปราสาทจะเป็นสะพานนาคราช เป็นราวสะพานพญานาค 5 เศียร ตามความเชื่อเป็นการแบ่งระหว่าโลกมนุษย์และเทพเจ้า ตรงกลางสะพานจะมีการสลักที่พื้นเป็นดอกบัวห้ากลีบ หมายถึงเทพประจำทิศทั้งแปดในศาสนาฮินดู เป็นจุดที่ผู้มาทำการบูชา ตั้งจิตอธิษฐาน เมื่อเดินเข้าไปในตัวปราสาทจะพบปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง ซึ่งประดิษฐาน  “ศิวลึงค์” ซึ่งเป็นตัวแทนของพระศิวะ และด้านขวามือจะเป็นท่อโสมสูตร คือร่องน้ำมนต์ที่ไว้รับน้ำมนต์จากการสักการะศิวลึงค์นั่นเอง

พนมรุ้ง ปรางค์ประธาน

พนมรุ้ง ปรางค์ประธาน

 บรรยากาศรอบๆพนมรุ้ง ร่มรื่น สวยงามเป็นอย่างมาก เวลาที่เหมาะกับนักท่องเที่ยว ที่ชอบการถ่ายภาพ คือช่วงเช้าไม่เกินเที่ยงวัน และช่วงตอนเย็นหลังบ่ายสามโมง เพราะจะมีมุมถ่ายภาพสวยๆไม่ย้อนแสงจนเกินไป

ผมได้ถ่ายวีดีโอทั้งด้านในและรอบๆตัวปราสาทพนมรุ้งไว้ เพื่อเก็บรายละเอียดและบรรยากาศมาให้ชมกันครับ

เรื่องเล่าเมืองสุรินทร์ ในหลวงเสด็จเมืองสุรินทร์

สุรินทร์ออนไลน์ ดอทคอม วันนี้ขอรวบรวมพระราชกรณียกิจและภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เสด็จเยี่ยมพสกนิกรในพื้นที่ต่างๆในจังหวัดสุรินทร์ ดังนี้

19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติได้ 5 ปีพระองค์ทรงมีพระราชดำริ พระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรต่างๆในประเทศไทย และระหว่าง 2-20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในพื้นที่ภาคอีสานอย่างเป็นทางการ ครั้งแรก ในการนี้ได้เสด็จพระราชดำเนินด้วยรถไฟ จากสถานีอุทุมพรพิสัย ถึงสถานีศรีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เวลา 14.01 น. ระหว่างรถไฟพระที่นั้่งเสด็จจากผ่านและเทียบสถานีต่างๆ มีพสกนิกรมารอเฝ้ารับเสด็จอย่างมากมายเป็นระยะ ถึงสถานีสุรินทร์ ประมาณ เวลา 14.45 น. 

ในเวลา 16.30 น. เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งไปทอดพระเนตรกิจการของโรงเรียนเกษตรกรรมสุรินทร์
ในเวลา 17.30 น. จึงเสด็จไปยังค่ายทหารบกจังหวัดสุรินทร์
ในเวลา 18.10 น. เสด็จกลับถึงที่ประทับแรม ณ ศาลากลางจังหวัด
รุ่งเช้าวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 เวลา 9.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากที่ประทับแรมศาลากลางจังหวัดไปยังสถานีรถไฟสุรินทร์ ขบวนรถไฟพระที่นั่งเคลื่อนออกจากสถานีสุรินทร์ไปยังจังหวัดบุรีรัมย์

 

ในหลวงเสด็จสุรินทร์

ในหลวงเสด็จสุรินทร์

10 กันยายน พ.ศ. 2512
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พระราชทาน พระพุทธนวราชบพิตร ณ ศาลาประทับบริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัด

13 พฤษภาคม พ.ศ. 2519
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ วัดโพธิ์ศรีธาตุ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์
ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชาเป็นการส่วนพระองค์

ในหลวงเสด็จ พิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วัดโพธิ์ศรีธาตุ

ในหลวงเสด็จ พิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วัดโพธิ์ศรีธาตุ

17 ธันวาคม พ.ศ. 2522
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎร ณ วัดพนมศิลาราม ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

18 ธันวาคม พ.ศ. 2522
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงเยี่ยมหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ณ วัดบูรพาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 

หลวงปู่ฝากไว้

หลวงปู่ฝากไว้

ณ วัดบูรพาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 
พระราชปุจฉา : หลวงปู่ การละกิเลสนั้น ควรละกิเลสอะไรก่อน 
หลวงปู่ดูลย์ : กิเลสทั้งหมดเกิดรวมอยู่ที่จิต ให้เพ่งมองดูที่จิตอันไหนเกิดก่อน ให้ละอันนั้นก่อน 
พระราชปุจฉา : ขออาราธนาหลวงปู่ให้ดำรงขันธ์อยู่เกินร้อยปี เพื่อเป็นที่เคารพนับถือของปวงชน หลวงปู่รับได้ไหม 
หลวงปู่ดูลย์ : อาตมภาพรับไม่ได้หรอก แล้วแต่สังขารเขาจะเป็นไปของเขาเอง 
(จากหนังสือหลวงปู่ฝากไว้)

4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ  ปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ 

8 กรกฎาคม พ.ศ. 2528
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ณ บริเวณพนมสวาย อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

พระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ดุลย์

พระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ดุลย์

 

ที่มา  :
– ห้องภาพเมืองสุรินทร์
– http://nwnt.prd.go.th
– หนังสือหลวงปู่ฝากไว้