ประกันภัยรถยนต์

ท่านที่มองหาประกันภัยรถยนต์ ท่านสามารถต่อประกันออนไลน์ ง่ายๆได้ที่นี่กับ สุรินทร์ออนไลน์ประกันภัย ได้แล้ววันนี้ คุ้มค่าคุ้มราคา แน่นอน

เราลองมาดูกันว่าประกันภัยแต่ละประเภท แตกต่างกันยังไง เลือกให้เหมาะสมกับการใช้รถของท่าน เพื่อประโยชน์สูงสุดและประหยัดเงินในกระเป๋าด้วยครับ หรือหากท่านเลือกไม่ถูก ปรึกษากับตัวแทนของเราได้เลย เรามีให้เลือกประกันทุกประเภท ทุกบริษัท หรือจะขอใบเสนอราคาก่อนล่วงหน้าเพื่อการตัดสินใจ เราก็ยินดีครับ

ติดต่อเราได้ที่ :
อีเมลล์ : sale@surinonline.com
ไลน์ : sapza.com

มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้ง่ายๆแล้ววันนี้

 เพียง 5,000 บาท ท่านก็สามารถมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้แล้ววันนี้
หากท่านสนใจติดต่อทีมงานเราผ่าน email/line Sale@SurinOnline.com เราได้เลย.

ส่วนท่านที่ต้องการโปรโมทสินค้า แต่ยังไม่อยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง สามารถโปรโมทผ่านเว็บ SurinOnline.com และ SurinCity.com ได้แล้ววันนี้

เกษตรกร และส่วนราชการ โปรโมทให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
ธุรกิจ ห้างร้าน ราคาเบาๆ เพียงเดือนละ 500 บาท

เว็บไซต์ ทั่วไป Standard WordPress : 12,000 5000 บาท

เหมาะกับใช้เป็นหน้าร้าน
เพิ่มความน่าเชื่อถือ และใช้เป็น blog เพื่อให้ข้อมูลสินค้ากับลูกค้า

  1. ติดตั้งเว็บไซต์ด้วย WordPress พร้อมใช้งาน
  2. ฟรีโดเมนและเซิร์ฟเวอร์ 1ปี
  3. ลงบทความให้ฟรี จำนวนหน้าไม่เกิน 5 หน้า ( บทความ รูปภาพ เป็นของลูกค้าส่งมาให้)
  4. ลูกค้าจะสามารถเพิ่ม/แก้ไข/ลบหน้าด้วยตัวเอง 
  5. มื่อส่งมอบงานแล้วเราจะสอนการใช้งานเบื้องต้น
  6. ระยะเวลาการดูแล 1 ปี ในกรณีที่เกิดความผิดพลาดจากการติดตั้ง แก้ไขให้ฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย 
  7. เว็บไซต์ขนาดเริ่มต้น ใข้ธีมและปลั๊กอินฟรีเท่านั้น หรือเป็นธีม/ปลั๊กอินลิขสิทธิ์ที่ลูกค้าซื้อไว้แล้ว

เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ ด้วย WordPress + Woocomearce.  (19,000 บาท 9000 บาท)

เหมาะกับใช้เป็นหน้าร้าน และร้านค้า
เพิ่มความน่าเชื่อถือ และใช้เป็น
ร้านค้าออนไลน์ มีตะกร้าสินค้า หลังจากลูกค้าสั่งสินค้าสามารถแจ้งชำระเงินผ่านการโอนเงิน ต่างๆๆได้อย่างง่ายดาย

  1. Woocomearce premium theme พร้อม Setup.
  2. ซื้อขายได้ มีระบบตะกร้า , แจ้งชำระเงิน (แบบโอนเงิน ธนาคาร)
  3. ree Domain/hosting ปีแรก ปีต่อไปคิดเพิ่ม 2,500 บาท
  4. ลงบทความให้ฟรี จำนวนหน้าไม่เกิน 10 หน้า (บทความ รูปภาพ ของลูกค้าเตรียมมา)
  5. ระยะเวลาการดูแล 1 ปี ในกรณีที่เกิดความผิดพลาดจากการติดตั้ง แก้ไขให้ฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย 

เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ ด้วย WordPress + Woocomearce (Plus)++.  (25,000 บาท 12,000 บาท)

เหมาะกับใช้เป็นร้านค้า ขนาดใหญ่ ที่ต้องการการจัดการร้านค้าแบบอัตโนมัติ 24 ชม.
เพิ่มความน่าเชื่อถือ และใช้เป็นร้านค้าออนไลน์ มีตะกร้าสินค้า หลังจากลูกค้าสั่งสินค้าสามารถแจ้งชำระเงินผ่านการโอนเงิน ต่างๆๆ ตัดบัตรเครดิต, Paypal ได้อย่างง่ายดาย

  1. Woocomearce premium theme พร้อม Setup.
  2. ซื้อขายได้ มีระบบตะกร้า , แจ้งชำระเงิน (แบบตัดบัตรเครดิต, Paypal, โอนเงิน ธนาคาร)
  3. Free Domain/hosting ปีแรก ปีต่อไปคิดเพิ่ม 2,500 บาท
  4. ลงบทความให้ฟรี จำนวนหน้าไม่เกิน 10 หน้า (บทความ รูปภาพ ของลูกค้าเตรียมมา)
  5. ระยะเวลาการดูแล 1 ปี ในกรณีที่เกิดความผิดพลาดจากการติดตั้ง แก้ไขให้ฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย 

โคกหนองนาสุรินทร์ กับการจัดการน้ำโดยใช้โซล่าเซลล์

วันนี้สุรินทร์ออนไลน์ สังคมออนไลน์ดีๆของชาวสุรินทร์ วันนี้จะพาท่านผู้ชมไปเยี่ยมชมโคกหนองนาแห่งใหม่ในจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งสวนแห่งนี้เริ่มก่อร่างสร้างตัวได้ไม่นานแต่ที่น่าสนใจและสะดุดตาอย่างยิ่งคือระบบการจัดการน้ำที่น่าสนใจ จนไม่พลาดที่อยากจะนำเสนอเพื่อให้เกษตรกรที่ต้องการจัดเก็บน้ำใช้ในหน้าแล้งได้นำไปเป็นแบบอย่าง และสามารถดัดแปลงให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ได้ครับ

จากรูปเป็นสระน้ำขนาดมาตฐาน ลึกประมาณ 4เมตร จะสังเกตว่าขนาดหน้าแล้งเรายังมีน้ำเกือบเต็มบ่อ ขนาดมีการดึงน้ำจากบ่อไปรดน้ำผักทุกๆวันน้ำก็ยังมากและเพียงพอกับหน้าแล้งจนถึงหน้าฝนฤดูถัดไปอย่างแน่นอน อยากทราบไหมครับว่าเขามีเคล็ดลับอะไร ตามมาดูกันครับ

เคล็ดลับที่สำคัญคือบ่อน้ำบาดาล แบบใช้โซล่าเซลล์นั่นเอง ซึ่งเราใช้แค่สองแผงในการดูดน้ำลงไปที่บ่อ ไม่กี่วันน้ำก็เต็มบ่อแล้วละครับ และยังสามารถต่อมาเป็นน้ำใช้ในกระท่อมได้อีกด้วย ซึ่งน้ำที่ได้ค่อนข้างแรงมากเที่ยบเท่าน้ำประปาหมู่บ้านได้เลย เป็นการลงทุนครั้งเดียวและใช้ไปอีกยาว ส่วนการบำรุงรักษาก้ไม่ยากครับ เพียงแต่หมั่นทำความสะอาดแผงไม่ให้มีสิ่งสกปรก จะได้ทำงานได้เต็มที่ แนะนำให้ทำความสะอาดในช่วงเช้า หรือไม่ช่วงเย็นไปแล้วเพื่อป้องปันความเสียหายระหว่างที่เครื่องกำลังทำงานนั่นเอง และระวังไม่ให้มีใบไม้มาตกบนแผงอาจเกิดความเสียหายได้ เพียงเท่านี้ท่านก็จะมีปั้มน้ำใช้ไปอีกนานครับ

ต่อไปพาท่านมาดูบรรยากาศรอบๆในตอนเช้าครับ ด้วยส่วนตัวผมชอบบรรยากาศช่วงเช้าและเย็นที่ทุ่งนามากๆๆ แต่ช่วงกลางวันค่อนข้างร้อน อาจจะต้องทำหลังคากันความร้อนดีๆๆ แล้วท่านจะหลงรักทุ่งนาเหมือนที่ผมเป็นในตอนนี้.

ท่านใดสนใจรายละเอียดเกี่ยวกับโซล่าเซลล์

มาดูผลผลิตเล็กๆของสวนครับ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ผัก ปลา เป็ด ไก่ มีให้กินเอง อยากกินอะไรก็ปลูกเอา เหลือก็เอาไปขายที่ตลาดครับ

“ละแวกะดาม”แกงคั่วปู อาหารท้องถิ่นสุรินทร์

คำว่า “ละแวกะดาม” เป็นภาษาเขมรสุรินทร์ ซึ่งหมายถึง แกงคั่วปู หรือ หลนปูนา นั่นเอง


ซึ่งเป็นอาหารที่สุดยอดความอร่อย กินกับข้าวสวยร้อนๆจะอร่อยมาก แต่นับวันจะหากินได้ยากมากแล้ว และเชื่อว่าเด็กๆรุ่นหลังหลังบางคนอาจไม่รู้จักด้วยซ้ำไป หากย้อนกลับไปเมื่อสัก 15-20 ปีที่แล้ว สมัยที่ผู้เขียนยังเป็นเด็กๆ ต้องพูดได้เลยว่า ละแวกะดาม หรือแกงคั่วปู นี้ เป็นอาหารเลิศรส ที่หากินได้เฉพาะหน้าแล้งระหว่างฤดูเกี่ยวข้าวจนถึงเดือนเมษายนเท่านั้น นั่นก็เพราะว่าปูนาในหน้าแล้งจะมีมันค่อนข้างมาก จำได้ว่าสมัยก่อนพอถึงฤดูเกี่ยวข้าว ผู้เขียนจะต้องตามพ่อแม่ไปเกี่ยวข้าว และนอนเฝ้าลานที่นา ตกตอนเย็นๆจะออกหาขุดปูนา มาทำกับข้าว ซึ่งเมนูที่ถือได้ว่าเลิศรส และเชื่อว่าเป็นที่จดจำของคนที่ทันยุคนั้น คงไม่พ้น ละแวกะดาม อย่างแน่นอน 

ละแวกะดาม แกงคั่วปู หรือ หลนปูนา นิยมกินเป็นคล้ายๆน้ำพริก โดยสามารถ จิ้มกินกับผักได้หลากหลายชนิด แต่ที่เข้ากันดีที่สุดคงไม่พ้น ผักกะแยง ผักแว่น และสายบัว เพราะเป็นผักที่หาได้ง่ายตามท้องไร่ท้องนา เขียนมาถึงตอนนี้หลายคนคงอยากรู้สูตรในการทำ ละแวกะดาม แล้วใช่ไหมครับ

ผู้เขียนเอาวิธีทำ ละแวกะดาม มาฝากกัน
  • เริ่มจากหาปูนา ที่เป็นปูนาหน้าแล้ง และเอามาล้างน้ำ เอาดินออก
  • จากนั้น แกะปูเอาขาและก้ามออก เอาแต่ตัวปูโขลกให้ละเอียดแล้วคั้นกับน้ำ สัก ๓ รอบ เอาแต่น้ำ ใส่หม้อตั้งไฟ
  • โขลก พริก หอม กระเทียม กระชาย ข่า ตะไคร้ เกลือ กะปิ เข้าด้วยกันพแแหลก ไม่ต้องละเอียดมาก
  • พอน้ำปูเดือด ให้ใส่พริกแกงที่ได้โขลกเตรียมไว้ และผักต่าง ๆ ตามที่ชอบ หรือถ้าจะทำเป็นน้ำพริกไว้จิ้มกับผัก ก็ไม่ต้องใส่ผัก ก็ได้
  • พอน้ำปูเริ่มเดือดอีกรอบให้ใส่ข้าวคั่วป่นละเอียด และควรคนทันทีไม่ให้จับตัวเป็นก้อน
  • ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียกให้ได้รสตามต้องการ และใส่ผักแขยง ยกลงได้
  • หากเพิ่มเนื้อหมู ไก่ ปลาช่อน หรือปลาดุก ลงไปพอประมาณ จะทำให้ลักษณะของแกงมีน้ำขลุกขลิกน่ากินยิ่งขึ้น

เป็นไงละครับ อาหารพื้นบ้าน ของเราน่ากินไหมละครับ ถ้ายังคิดภาพไม่ออกว่าอร่อยแค่ไหน ลองถามพี่ๆ ลุงป้า น้าอา ที่เคยลิ้มลอง ละแวกะดาม ดูสิครับ และจะให้ดีลองทำ หรือหากินดูกันได้ ครับ

**ส่วนจะอร่อยแค่ไหน หรือใครมีสูตรเด็ดๆลองคอมเม้นบอกเพื่อนๆได้ที่นี่ได้เลย ครับ

แหล่งท่องเที่ยวสุรินทร์ “ท่าหาดยาว” อำเภอรัตนบุรี

หน้าร้อนกำลังจะเข้ามา เชื่อว่าหลายๆท่านกำลังวางแผนจะไปเที่ยวกันแล้วใช่ไหมครับ บ้างก็น่าจะไปทะเลกัน บ้างก็ไปน้ำตกกัน แต่น่าเสียดายน้ำตกในช่วงนี้กลับไม่ค่อยมีน้ำแล้วละครับ เอาเป็นว่าวันนี้ผมจะพาไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวแถวๆสุรินทร์บ้านเรา ที่พอจะคลายร้อนได้ ซึ่งก็มีอยู่หลายๆที่เลยทีเดียว ผมจะค่อยๆทยอยเอามารีวิวให้ชม ให้ได้ตัดสินใจ ก่อนหน้าร้อนนี้อย่างแน่นอนครับ เอาเป็นว่ากดติดตามได้เลยครับ วันนี้จะขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวชื่อว่า “ท่าหาดยาว” เป็นแหล่งพักผ่อนที่ติดกับแม่น้ำมูล ในเขตอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ และติดกับเขต อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ครับ การเดินทางสามารถไปได้สองทางคือ เริ่มต้นจาก อำเภอท่าตูมสุรินทร์ ไปอำเภอสุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด แล้วใช้เส้นทาง  2086 (ไป จ.ยโสธร) อีกเส้นทางคือ เดินทางไป อ. รัตนบุรี แล้วเลี้ยวซ้าย ตรงแยกศาลจังหวัดรัตนบุรี ไปยัง ต.ทับใหญ่ รัตนบุรี-ท่าหาดยาว ราว 15 กิโลเมตร  จุดหมายคือ สะพานสามสัมพันธ์ ท่านสามารถตั้ง GPS มาที่นี่เลยก็ได้ครับ

แผนที่ท่าหาดยาว รัตนบุรี

แผนที่ท่าหาดยาว รัตนบุรี

ในช่วงหน้าร้อนจะมีนักท่องเที่ยวทั้ง ชาวรัตนบุรี ชาวโพนทราย และจังหวัดไกล้เคียงมาพักผ่อน เล่นน้ำกัน บรรยากาศที่นี่โดยรวมถือว่ากำลังดี และดูเหมือนว่ากำลังมีการพัฒนาความสะดวกสะบาย เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนในระยะยาวต่อไปครับ

จากการเดินทางไปสำรวจพื้นที่ ท่านที่มาจากจังหวัดสุรินทร์แนะนำให้ใช้เส้นทาง อำเภอรัตนบุรีครับ ท่านจะได้เจอบรรยากาศสองข้างทางจากตัวอำเภอรัตนบุรีไปยัง ท่าหาดยาว เป็นบรรยากาศค่อนข้างดี มีแอ่งน้ำ มีลำคลอง ที่ผ่านหลายแห่ง บรรยากาศธรรมชาติน่าถ่ายรูปมากครับ

เที่ยวอีสานใต้ อารยธรรมขอมโบราณ ปราสาทพนมรุ้ง

ภาคอีสานของเราถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ตามการท่องเที่ยวและภูมิศาสตร์ คือ

  • อีสานเหนือ หนองคาย / บึงกาฬ / เลย / อุดรธานี / หนองบัวลำภู / กาฬสินธุ์ / ขอนแก่น 
  • อีสานกลาง สกลนคร / พนม / มุกดา / อำนาจเจริญ / ยโสธร / ร้อยเอ็ด / มหาสารคาม / ชัยภูมิ 
  • และ อีสานใต้ นครราชสีมา / บุรีรัมย์ / สุรินทร์ / ศรีสะเกษ / อุบลราชธานี

ตามรูปแบบเหล่านี้จะเห็นได้ว่า บางจังหวัดอาจมีการโยกย้ายให้เหมาะสมแล้วแต่จะจับกลุ่มในเรื่องใด ซึ่งหากพูดถึงแหล่งอารยธรรมขอม ที่มีปรากฎมากในประเทศไทยแล้วนั้น มักปรากฎให้เห็นในกลุ่มอีสานใต้บ้านเรา โดยอาจจะมี จังหวัดชัยภูมิ ร่วมอีกด้วย

แผนที่อีสาน

แผนที่อีสาน

ที่ผมได้เกริ่นมาทั้งหมดนั้นเพื่อจะได้ชี้ให้เห็นแหล่งอารยธรรมขอมโบราณที่เชื่อมโยงทั้ง 6 จังหวัด ซึ่งรวมถึงจังหวัดชัยภูมิด้วย โดยดินแดนทั้งหมดนี้มีอารยธรรมที่เกี่ยวเนื่องกัน จนได้ขนานนามว่า นครชัยบุรินทร์ และวันนี้จะพาท่านมาชมปราสาทขอมโบราณที่มีเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่ลือชื่อ และเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดบุรีรัมย์อีกด้วย นั่นก็คือปราสาทพนมรุ้ง 

ปราสาทพนมรุ้ง

ปราสาทพนมรุ้ง

ปราสาทพนมรุ้งตั้งอยู่บนเขาพนมรุ้ง  ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์  โดยมีรูปแบบของศิลปะเขมรโบราณ ความงดงามและความยิ่ง ใหญ่ของปราสาทแห่งนี้ปรากฏให้เห็นได้ในรูปของงานสถาปัตยกรรม การจำหลักลวดลายการเลือกทำเลที่ตั้งบนยอดเขา มีการวางแผนผังตามแนวแกนที่มีองค์ประกอบของสิ่งก่อสร้าง ต่าง ๆ เรียงตัวกันเป็นแนวเส้นตรงพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลาง คือ ปราสาทประธาน จากงานก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่นี้  ชวนให้เกิดความสงสัยและอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่งว่าคนในสมัยโบราณสร้างปราสาทหลังนี้ขึ้นมาได้อย่างไร

คำว่าพนมรุ้ง หรือวนํรุงเป็นภาษาเขมรแปลว่าภูเขาใหญ่” ตามจารึกหลักที่ 7 และหลักที่ 9 ได้ปรากฎชื่อผู้สร้างปราสาทแห่งนี้คือ นเรนทราทิตย์ ซึ่งเกี่ยวเนื่องเป็นพระญาติราชวงศ์มหิธรปุระ ในพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ผู้ที่สร้าง นครวัด นั่นเอง ปราสาทพนมรุ้งสร้างเพื่อสักการะแด่พระศิวะ ในศาสนาอินดู และตามจารึก ปราสาทพนมรุ้งไม่ได้สร้างเสร็จในคราวเดียว มีการก่อสร้างต่อมาหลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่พุทะศตวรรษที่ 15-17 

พนมรุ้ง เสานางเรียง ทางดำเนิน

พนมรุ้ง เสานางเรียง ทางดำเนิน

ปราสาทพนมรุ้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกประกอบด้วยอาคารและสิ่งก่อสร้างต่างๆที่ตั้งเรียงรายขึ้นไปจากลาดเขาทางขึ้นจนถึงปรางค์ประธาน โดยมี เสานางเรียง คล้ายดอกบัวตูมตั้งสองข้างทาง ทางดำเนิน ซึ่งสมัยโบราณผู้ที่มีสิทธิ์ในการเดินบนทางดำเนินจะมีแค่พระเจ้าแผ่นดินและพราห์มเท่านั้น และเมื่อมาถึงทางเข้าตัวปราสาทจะเป็นสะพานนาคราช เป็นราวสะพานพญานาค 5 เศียร ตามความเชื่อเป็นการแบ่งระหว่าโลกมนุษย์และเทพเจ้า ตรงกลางสะพานจะมีการสลักที่พื้นเป็นดอกบัวห้ากลีบ หมายถึงเทพประจำทิศทั้งแปดในศาสนาฮินดู เป็นจุดที่ผู้มาทำการบูชา ตั้งจิตอธิษฐาน เมื่อเดินเข้าไปในตัวปราสาทจะพบปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง ซึ่งประดิษฐาน  “ศิวลึงค์” ซึ่งเป็นตัวแทนของพระศิวะ และด้านขวามือจะเป็นท่อโสมสูตร คือร่องน้ำมนต์ที่ไว้รับน้ำมนต์จากการสักการะศิวลึงค์นั่นเอง

พนมรุ้ง ปรางค์ประธาน

พนมรุ้ง ปรางค์ประธาน

 บรรยากาศรอบๆพนมรุ้ง ร่มรื่น สวยงามเป็นอย่างมาก เวลาที่เหมาะกับนักท่องเที่ยว ที่ชอบการถ่ายภาพ คือช่วงเช้าไม่เกินเที่ยงวัน และช่วงตอนเย็นหลังบ่ายสามโมง เพราะจะมีมุมถ่ายภาพสวยๆไม่ย้อนแสงจนเกินไป

ผมได้ถ่ายวีดีโอทั้งด้านในและรอบๆตัวปราสาทพนมรุ้งไว้ เพื่อเก็บรายละเอียดและบรรยากาศมาให้ชมกันครับ

เรื่องเล่าเมืองสุรินทร์ ในหลวงเสด็จเมืองสุรินทร์

สุรินทร์ออนไลน์ ดอทคอม วันนี้ขอรวบรวมพระราชกรณียกิจและภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เสด็จเยี่ยมพสกนิกรในพื้นที่ต่างๆในจังหวัดสุรินทร์ ดังนี้

19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติได้ 5 ปีพระองค์ทรงมีพระราชดำริ พระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรต่างๆในประเทศไทย และระหว่าง 2-20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในพื้นที่ภาคอีสานอย่างเป็นทางการ ครั้งแรก ในการนี้ได้เสด็จพระราชดำเนินด้วยรถไฟ จากสถานีอุทุมพรพิสัย ถึงสถานีศรีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เวลา 14.01 น. ระหว่างรถไฟพระที่นั้่งเสด็จจากผ่านและเทียบสถานีต่างๆ มีพสกนิกรมารอเฝ้ารับเสด็จอย่างมากมายเป็นระยะ ถึงสถานีสุรินทร์ ประมาณ เวลา 14.45 น. 

ในเวลา 16.30 น. เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งไปทอดพระเนตรกิจการของโรงเรียนเกษตรกรรมสุรินทร์
ในเวลา 17.30 น. จึงเสด็จไปยังค่ายทหารบกจังหวัดสุรินทร์
ในเวลา 18.10 น. เสด็จกลับถึงที่ประทับแรม ณ ศาลากลางจังหวัด
รุ่งเช้าวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 เวลา 9.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากที่ประทับแรมศาลากลางจังหวัดไปยังสถานีรถไฟสุรินทร์ ขบวนรถไฟพระที่นั่งเคลื่อนออกจากสถานีสุรินทร์ไปยังจังหวัดบุรีรัมย์

 

ในหลวงเสด็จสุรินทร์

ในหลวงเสด็จสุรินทร์

10 กันยายน พ.ศ. 2512
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พระราชทาน พระพุทธนวราชบพิตร ณ ศาลาประทับบริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัด

13 พฤษภาคม พ.ศ. 2519
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ วัดโพธิ์ศรีธาตุ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์
ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชาเป็นการส่วนพระองค์

ในหลวงเสด็จ พิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วัดโพธิ์ศรีธาตุ

ในหลวงเสด็จ พิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วัดโพธิ์ศรีธาตุ

17 ธันวาคม พ.ศ. 2522
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎร ณ วัดพนมศิลาราม ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

18 ธันวาคม พ.ศ. 2522
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงเยี่ยมหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ณ วัดบูรพาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 

หลวงปู่ฝากไว้

หลวงปู่ฝากไว้

ณ วัดบูรพาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 
พระราชปุจฉา : หลวงปู่ การละกิเลสนั้น ควรละกิเลสอะไรก่อน 
หลวงปู่ดูลย์ : กิเลสทั้งหมดเกิดรวมอยู่ที่จิต ให้เพ่งมองดูที่จิตอันไหนเกิดก่อน ให้ละอันนั้นก่อน 
พระราชปุจฉา : ขออาราธนาหลวงปู่ให้ดำรงขันธ์อยู่เกินร้อยปี เพื่อเป็นที่เคารพนับถือของปวงชน หลวงปู่รับได้ไหม 
หลวงปู่ดูลย์ : อาตมภาพรับไม่ได้หรอก แล้วแต่สังขารเขาจะเป็นไปของเขาเอง 
(จากหนังสือหลวงปู่ฝากไว้)

4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ  ปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ 

8 กรกฎาคม พ.ศ. 2528
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ณ บริเวณพนมสวาย อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

พระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ดุลย์

พระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ดุลย์

 

ที่มา  :
– ห้องภาพเมืองสุรินทร์
– http://nwnt.prd.go.th
– หนังสือหลวงปู่ฝากไว้

จ่าย ค่าน้ำ-ค่าไฟ ฟรีง่ายๆด้วยมือถือ

หลายๆหมู่บ้านในสุรินทร์เราเริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นชุมชนเมืองมากขึ้น อะไรที่หน่วยงานรัฐเคยให้ความสะดวกสบายก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและจะยกภาระหน้าที่เหล่านั้นให้ประชาชนเป็นคนรับผิดชอบกันเอง ยกตัวอย่างเช่นการเก็บค่าน้ำค่าไฟ จากแต่ก่อนอาจจะใช้คนเดินเก็บตามบ้านซึ่งข้อดีคือชาวบ้านได้รับความสะดวกสบาย แต่ข้อเสียคือบ้านไหนที่ไม่มีคนอยู่ก็อาจเก็บไม่ได้ทำให้เสียเวลา และปัจจุบันหลายๆหมู่บ้านมีแค่บิลเรียกเก็บค่าไฟ ค่าน้ำ แต่ต้องไปจ่ายเองที่สำนักงานซึ่งไม่เสียค่าบริการ แต่ต้องไปในเวลางาน ซึ่งก็ไม่สะดวกอยู่ดี และอีกช่องทางคือไปจ่ายที่ เค้าเตอร์เซอวิส หรือตามเซเว่นฯซึ่งเสียค่าบริการ บิลละ 15 บาท ซึ่งบางคนอาจมองว่าไม่เยอะแต่คิดว่าตรงนี้รัฐน่าจะเป็นคนอำนวยความสะดวก เช่นอาจจะฟรีค่าบริการจ่ายบิล ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือถ้าไม่ฟรี อาจจะลดเหลือบิลละ 5 บาทก็ยังดี

เอาเป็นว่าบ่นไปก็แค่นั้นครับ วันนี้จะมาแนะนำวิธีการจ่ายบิลค่าน้ำ ค่าไฟ แบบฟรีๆๆ ฟังไม่ผิดหรอกครับฟรีแน่นอน แค่ท่านต้องมีมือถือที่ลงแอฟได้ก็สามารถใช้งานได้แล้วครับ โดยแอฟที่ว่านี้ก็คือ Wallet ของ TrueMoney  โดยขั้นแรกให้ทำการลงแอฟก่อนโดยมีทั้งแบบ android และ ios

รูปที่1 เป็นหน้าตาแอฟ ที่อยู่ใน appstore ให้ดาวน์โหลดมาใช้กันแบบฟรีๆครับ

รูปที่2 หลังจากลงแอฟเสร็จเรียบร้อย ให้ทำการตั้งค่าโดยสามารถกำหนดให้ใช้เบอร์มือถือเราเป็นบัญชีการใช้งานของ wallet ได้เลยครับ จุดนี้ค่อนข้างสำคัญเพราะหลังจากนี้การเติมเงินเข้า wallet และการโอนเงินต่างๆต้องผ่านชื่อบัญชีนี้ และทุกครั้งจะต้องใช้รหัส SMS ในการยืนยันการจ่ายบิล หรือ โอนเงิน

wallet-การใช้งาน

wallet-การใช้งาน

รูปที่3 การเติมเงินเข้า wallet สามารถเติมได้หลายวิธี เช่น โอนเงินผ่านธนาคาร ทั้งผ่านเค้าเตอร์เซอวิส ต่างๆ โดยแต่ละบริการอาจมีค่าบริการให้ทดลองโอนดูครับ เท่าที่ผมลองโอน มีดังนี้ครับ อันไหนเสียค่าบริการผมจะพยายามหลีกเลี่ยง เช่น

การเติมเงินเข้าแอพ wallet

  • ธนาคารกรุงไทย เสียค่าบริการครั้งละ 15 บาท ในการเติมเงินเข้า wallet (โอนแบบออนไลน์ ยังไม่ได้ลองโอนด้วย ATM)
  • ธนาคารไทยพานิชย์ ฟรีค่าธรรมเนียมเติมเงิน wallet (โอนแบบออนไลน์ ยังไม่ได้ลองโอนด้วย ATM)
  • เคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-11 ฟรีค่าธรรมเนียมเติมเงินเข้า wallet (โดยเปิดแอพแล้วให้พนักงานยิงบาร์โคตที่เครื่องเรา)

การจ่ายบิลด้วยแอพ wallet

ต้องบอกเลยครับว่าแอพนี้คุ้มมากๆครับ เพราะการจ่ายบิลทุกชนิดฟรีทุกรายการ โดยวิธีง่ายๆคือเปิดแอพไปที่หน้าจ่ายบิล หรือ Pay bill ตามรูปที่ 4 จากนั้นเอาบิลที่เราต้องการจ่ายมาแสกนด้วยบาร์โคตของกล้องโทรศัพท์ ข้อมูลการจ่ายก็จะโชว์ออกมาพร้อมจำนวนที่ต้องการจ่าย ทำการกดยืนยัน และจะมีรหัสยืนยันส่งมาใน SMS กรอกรหัสและกดยืนยันอีกรอบ ถือว่าเสร็จสิ้น จะมีทั้ง SMS และ email หลักฐานยืนยันการจ่ายเงินส่งมาให้ ถือว่าแอพนี้น่าใช้มากๆๆเพราะทั้งเติมเงินและจ่ายบิลฟรีทุกรายการ และหากร้านค้าในหมู่บ้านต้องการนำไปเปิดให้บริการเติมเงินก็ทำได้นะครับอาจจะเก็บค่าบริการสัก 5 บาทก็ถือว่าไม่แพงมาก และถือว่าให้บริการในละแวกนั้นไม่ต้องเดินทางไปจ่ายไกลๆให้เสียเวลา

หากบทความนี้มีประโยชน์ ช่วนกันแชร์ให้เพื่อนๆด้วยนะครับ

wallet-การใช้งาน

wallet-การใช้งาน

 

การทอผ้าแบบกระตุก กับภูมิปัญญาชาวบ้าน

วันนี้มีโอกาสได้มาบ้านพี่ที่เป็นช่าง กะจะมาติดต่อให้แกไปช่วยราดพื้นคอนกรีตหน้าบ้านสักหน่อย ไปเจอว่าที่บ้านแกมีเครื่องทอผ้าแบบกระตุก ซึ่งปรกติผมเคยเห็นที่เป็นแบบธรรมดาที่ชาวบ้านเขาใช้ทั่วไป หรือไม่ก็เป็นแบบเครื่องจักรตอนสมัยไปช่วยงานโรงทอผ้าแถวๆสมุทรปราการ มาวันนี้เห็นอีกขั้นการพัฒนาการทอผ้าบ้านเรา จริงๆอาจมีมานานแล้วละ แต่ด้วยไม่ได้อยู่ในวงการทอผ้าแลยไม่เคยเห็น เลยถ่ายวีดีโอมาให้ดูกัน

และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นอีก ระหว่างทางที่นั่งรถมาด้วยกันกับช่าง ก็คุยกันสัพเพเหระมาเรื่อยก็ได้รู้มาว่าช่างแก มัดและย้อมผ้าไหมเป็นด้วยครับ แกเล่าให้ฟังว่าแกทำเป็นทุกขั้นตอนของการทอผ้าไหมเลยละครับ ทึ่งไหมละครับ ผมคิดว่ามีผู้ชายไม่กี่คนหรอกครับที่ทำแบบนี้เป็น ทั้งงานช่างงานทอทำได้หมดเลยครับ แต่เท่าที่คุยๆกันงานที่แกชอบน่าจะเกี่ยวกับการเชื่อมโครงสร้างมากกว่าครับ ใครที่สนใจลองติดต่อมาได้นะครับงานดีมากเดี๋ยวเอาวีดีโอที่แกเทพื้นมาให้ชมกันครับ ขอเวลาอัพโหลดสักหน่อยครับ

เทพื้น CPAC

เทพื้น CPAC

ศิลปินเมืองสุรินทร์ ครูพูน สามสี

วันนี้ขอรวบรวมผลงานและรายชื่อศิลปินอีสานบ้านเราชาวสุรินทร์ มาแนะนำให้รู้จักกันครับ บางท่านอาจจะดังและโกอินเตอร์ไปแล้วก็มีครับ เอาเป็นว่าเริ่มจากท่านแรกเลยครับ

ครูพูน-สามสี

ครูพูน-สามสี

ครูพูน สามสี
ครูพูน เป็นศิลปินกันตรึมบ้านดงมัน ตำบลคอโค อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ที่มีความสามารถเป็นเลิศ ทั้งเพลงกันตรึมและเพลงมโหรีเขมร มีความสามารถด้านร้องนำ เพลงครู เพลงการ์(เพลงแต่งงาน) เพลงเบ็ดเตร็ดทุกชนิด และท่านได้ชื่อว่าเป็นศิลปินที่อนุรักษ์กันตรึมพื้นบ้านสุรินทร์ และท่านยังเป็นครูที่สร้างศิลปินพื้นบ้านมากมายในปัจจุบัน กว่า 200 คน
และท่านยังเป็นหนึ่งในด้านการประดิษฐ์และจำหน่ายเครื่องดนตรีชั้นดีของเมืองสุรินทร์อีกด้วย

  • พ.ศ.2536 – 2537 ได้แสดงกันตรึมถวายหน้าพระที่นั่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี
  • พ.ศ.2537 แสดงกันตรึมถวายหน้าพระที่นั่งสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ
  • พ.ศ.2538 แสดงกันตรึมถวายหน้าพระที่นั่งสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
  • นอกจากนี้ครูพูน สามสี ยังได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรพิเศษให้ความรู้ด้านดนตรีแก่นักศึกษาสถาบันราชภัฏสุรินทร์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2536 จนถึงแก่กรรม
  • พ.ศ.2534-2539 เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหิดล
  • พ.ศ.2538 เป็นผู้เชี่ยวชาญและกรรมการร่างหลักสูตรดนตรีพื้นบ้านของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุบลราชธานี
  • พ.ศ.2535-2539 ได้รับโล่เกียรติยศ รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งของการแสดงกันตรึม

ในงานอนุรักษ์มรดกไทยและงานแสดงทางวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์
จากความสามารถและอุทิศตนเพื่อสังคมส่วนรวมทางด้านการแสดงดนตรี ครูพูน สามสี ได้รับปริญญาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการศึกษา (ศิลปการแสดง) จากสถาบันราชภัฏสุรินทร์ เมื่อ พ.ศ. 2542 และได้รับเชิญจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ดให้เป็นอาจารย์พิเศษตั้งแต่ พ.ศ. 2542

ถึงแม้ว่าท่านจะได้ถึงแก่กรรมไปแล้วตั้งแต่ 3 ธ.ค. 2551 แต่ผลงานเพลงกันตรึมยังก้องอยู่ในใจของคนสุรินทร์ทุกคน และวันนี้ลูกศิษย์ท่านหลายๆคนกำลังเจริญตามรอยท่านเพื่ออนุรักษ์ไว้ซึ่งดนตรีกันตรึมพื้นบ้านของเรา
หลายคนอาจมองว่าเพลงกันตรึมอาจจะฟังยาก หรือไม่ชอบฟังบ้างเพราะไม่ทันสมัย ท่านลองหาเพลงกันตรึมเก่าๆและลองเปิดใจทำความรู้จัก แล้วท่านจะชอบเพลงกันตรึมเหมือนผม และคนสุรินทร์อีกหลายๆคน


คณะครูพูน ออกรายการคุณพระช่วย

 

 

พาเที่ยวทะเลสาบทุ่งกุลา สุรินทร์

ทะเลสาบทุ่งกุลา อยู่ในเขต ต.ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ เกิดจากการขุดลอกลำห้วยเก่าให้มีขนาดใหญ่โดยกรมชลประทาน ปัจจุบันได้โอนย้ายมาให้ อบต.ไพรขลาให้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ ทะเลสาบทุ่งกุลามีน้ำเขียวใส น่าเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยว ทั้งในจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดไกล้เคียง เช่น บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม หลายพันคนต่อวันแวะเวียนมาพักผ่อนที่แห่งนี้ และช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวร่วมหมื่นคนมาเที่ยวที่ทะเลสาบแห่งนี้ทำให้บางท่านอาจไม่ได้รับความสะดวกในการจอดรถและซุ้มในการนั่งพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ก็ยังถือว่าคุ้มค่าในการมาเที่ยวทะเลสาบแห่งนี้ครับ เพราะน้ำใสและเย็นสบายดีจริงๆๆ

ดูวีดีโอได้ที่นี่ ครับ

การเดินทาง หากท่านมาจากอำเภอท่าตูมเดินทางด้วยเส้นทาง 214 เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านโพนม่วง ระยะทางประมาณ 27 กม.

เส้นทางไปทะเลสาบทุ่งกุลา

เส้นทางไปทะเลสาบทุ่งกุลา

 

เมื่อมาถึงจะมีสถานที่จอดรถมีทั้งที่ร้านค้าบริการที่จอดรถฟรีโดยทำหลังคากันแดดให้ หรือท่านหาจอดเองต่มร่มไม้และสถานที่ที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียม

เส้นทางไปทะเลสาบทุ่งกุลา

เส้นทางไปทะเลสาบทุ่งกุลา

บรรยากาศช่วงสงกรานต์ มีนักท่องเที่ยวเยอะมากครับ

ทะเลสาบทุ่งกุลา

ทะเลสาบทุ่งกุลา

บรรยากาศบนแพน่าพักผ่อน และเล่นน้ำมากครับ

ทะเลสาบทุ่งกุลา

ทะเลสาบทุ่งกุลา

เห็นน้ำเย็นๆอดไม่ไหว ขอลงเล่นคลายร้อนหน่อยนะครับ

ผมได้ถ่ายทั้งรูปและวีดีโอไว้หลายๆช่วงหลายตอน เอาตรงที่ผมชอบสุดน่าจะเป็นบนแพครับ สบายสุด น้ำก็ใสสะอาด และอีกอย่างแพราคาไม่แพง ปัจจุบันคิดเป็นชั่วโมง ชั่วโมงละ 300 บาทถ้วน อาหารก็ไม่แพงครับ มากันสิบกว่าคน(รวมเด็ก)หมดค่าอาหารและเครื่องดื่มไปพันสองร้อยบาทครับ

แต่ขอแนะนำว่าถ้าจะลงเล่นน้ำ ขึ้นแพ หรือเล่นเครื่องเล่นต่างๆ ให้ใส่ชูชีพด้วยนะครับเพื่อความปลอดภัย และอีกอย่างเป็นกฎที่ทาง อบต.ไพรขลา ที่นี่พยายามรณรงค์ให้เป็นเป็นแบบเดียวกันเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกท่านครับ

 

ทะเลสาบทุ่งกุลา

ทะเลสาบทุ่งกุลา

บรรยากาศดีๆๆ มาเที่ยวสุรินทร์กันเยอะๆนะครับ คนสุรินทร์ใจดีๆๆๆ

ทะเลสาบทุ่งกุลา

ทะเลสาบทุ่งกุลา

 

รู้หรือไม่ทำไมปีใหม่ไทยถึงเป็นวันสงกรานต์

วันนี้วันสงกรานต์และเป็นวันปีใหม่ไทย ทราบหรือไม่ว่าวันสงกรานต์มีมาช้านานแล้วครับ แต่วันปีใหม่ไทยที่มาตรงกับวันสงกรานต์เริ่มในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นี้เอง สาเหตุก็เพราะว่ากรุงรัตนโกสินทร์ก่อตั้งเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2325 นับตั้งแต่นั้นมาจึงนับวันที่ก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นปีใหม่ของไทย และที่น่าสังเกตุเวลาโหรจะทำนายทายทักดวงเมือง ดวงผู้นำประเทศ มักจะใช้ดวงเมือง คือ วันที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็นราศีเมษ ควบคู่ในการทำนายด้วยเช่นกัน

และปีใหม่ถือเป็นการเข้าสู่สิ่งใหม่ๆ สิ่งมงคลที่ขาดไม่ได้นั่นคือรถน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ และพ่อแม่ “พรที่ประเสริฐที่สุด คือพรของพ่อแม่” วันนี้เรามาไหว้ขอพรท่านดีกว่าครับ ปีนี้พรที่ผมขอจากท่านคือ ขอให้ท่าน มีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ อยู่กับลูกหลานไปนานๆ และก็เช่นกันผมและครอบครัวญาติพี่น้อง มิตรสหาย ให้มีแต่สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคภัย เมื่อเราและท่านแข็งแรงแล้วย่อมประกอบกิจการงานเงินทองก็เข้ามาเองครับ